Nene Royal
|

ปรากฏการณ์ “Nene Royal” เขย่าเวที America’s Got Talent: จากเด็กสาวชาวภูเก็ต สู่ร็อกสตาร์ผู้สะกดสายตาคนทั้งโลก

ถ้าพูดถึงเวทีการประกวดระดับตำนานอย่าง America’s Got Talent เราคงคุ้นเคยกับการได้เห็นผู้เข้าแข่งขันเปี่ยมความสามารถจากทั่วทุกมุมโลก แต่ในซีซัน 21 นี้ มีชื่อหนึ่งที่ก้าวขึ้นมาสร้างแรงกระเพื่อมสะเทือนวงการเพลงร็อกและสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยอย่างที่สุด นั่นคือ Nene Royal (เนเน่ รอยัล หรือน้องแพรว) เด็กสาววัยเพียง 16 ปี จากเกาะภูเก็ต ผู้พกพาความฝันอันยิ่งใหญ่และกีตาร์ไฟฟ้าคู่ใจ บินลัดฟ้าไปท้าทายเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

วินาทีแรกที่เนเน่ก้าวเท้าขึ้นสู่เวทีในรอบ Audition บรรยากาศยังเต็มไปด้วยความเรียบง่ายและน่าเอ็นดู เด็กสาวในชุดเดรสสีดำ ท่าทางเหนียมอาย สุภาพ และมีรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความตื่นเต้นอย่างชัดเจน โดยมีคุณพ่อคอยยืนส่งกำลังใจอยู่ข้างเวที ทว่าความเงียบสงบนั้นคงอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที เพราะทันทีที่เธอสับคอร์ดแรกของเพลงกรันจ์ระดับตำนานอย่าง Zombie ของ The Cranberries พร้อมเปล่งเสียงว้ากเปิดตัวอันทรงพลังและดุดัน โลกทั้งใบของผู้ชมและคณะกรรมการก็เปลี่ยนไปทันที จากเด็กสาวขี้อาย เธอกลายร่างเป็นร็อกสตาร์ตัวจริงที่ฟาดฟันริฟฟ์กีตาร์และใช้เทคนิค Two-hand Tapping ราวกับเล่นคอนเสิร์ตร็อกส่วนตัว สะกดคนดูทั้งฮอลล์ให้อ้าปากค้างด้วยความทึ่ง

โชว์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว กวาดยอดวิวไปนับร้อยล้านครั้งบนโลกโซเชียล และผู้ที่ตกหลุมรักพรสวรรค์ของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้นตั้งแต่วินาทีนั้นก็คือ Howie Mandel กรรมการรุ่นเก๋าประจำรายการ ฮาววี่ถึงกับเอ่ยปากยกย่องเธอด้วยความทึ่งว่า เธอคือเซอร์ไพรส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และไม่ลังเลที่จะนิยามตัวตนของเธอว่า “You are a rock star, young lady!” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังงานและเสน่ห์ของร็อกแอนด์โรลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธออย่างแท้จริง

ในซีซันนี้ รายการได้เพิ่มกติกาใหม่อย่างรอบ Judges’ Callbacks ซึ่งเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนเลือกดึงโชว์ที่ตนเองประทับใจกลับมาพิสูจน์ฝีมืออีกครั้ง และแน่นอนว่า Howie Mandel ไม่ยอมปล่อยให้เพชรเม็ดงามหลุดมือไป เขาเลือกเนเน่กลับมาแสดงต่อหน้าเขาและกรรมการรับเชิญอย่าง Nikki Glaser ซึ่งเนเน่ก็ตอบแทนความไว้วางใจนั้นอย่างสมศักดิ์ศรีด้วยการหยิบเพลง Hysteria ของ Muse มาบรรเลง โชว์นี้อัดแน่นไปด้วยไลน์เบสและท่อนโซโล่กีตาร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากและซับซ้อน แต่เธอกลับถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ดุดัน และเต็มไปด้วยเทคนิคชั้นเซียน จนฮาววี่และนิกกี้ต้องปรบมือยอมรับและส่งเธอทะยานเข้าสู่รอบ Live Shows ได้อย่างสง่างาม

ความมหัศจรรย์เดินทางมาถึงจุดพีคที่สุดในรอบถ่ายทอดสด Quarterfinals เนเน่ปรากฏตัวในลุคที่ผสมผสานความเท่แบบร็อกเกอร์เข้ากับอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างประณีต ด้วยการสวมเสื้อแจ็กเก็ตสไตล์บาบ๋า-เปอรานากันของภูเก็ต ควบคู่กับผ้าลายมัญจาคีรีอันงดงาม และคราวนี้เธอเลือกระเบิดพลังผ่านบทเพลงระดับอนุสรณ์สถานของวงการอัลเทอร์เนทีฟร็อกอย่าง Black Hole Sun ของ Soundgarden

โชว์รอบนี้ไม่ใช่แค่การแสดงประกวด แต่เป็นระดับมาสเตอร์พีซ เนเน่คุมไดนามิกของเพลงได้อย่างยอดเยี่ยม มีทั้งความนุ่มนวล หม่นลึก ไปจนถึงท่อนแผดเสียงอันทรงพลัง และเสียงกีตาร์ที่กรีดแทงอารมณ์จนคนดูทั้งสตูดิโอลุกขึ้นยืนปรบมือดังกึกก้อง ความประทับใจพุ่งสูงจน Howie Mandel ถึงกับเก็บความรู้สึกไม่อยู่และกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “ผมรู้ว่าผมไม่ควรพูดแบบนี้ แต่ทาง NBC มอบเงินหนึ่งล้านดอลลาร์ให้เธอไปเลยตอนนี้เถอะ!” คำพูดสั้นๆ แต่บ่งบอกได้ชัดเจนว่าในสายตาของฮาววี่ ฝีมือของเธอก้าวข้ามมาตรฐานของการแข่งขันไปไกลแล้ว

แน่นอนว่าในเวทีระดับนี้ รอบตัวเธอรายล้อมไปด้วยผู้เข้าแข่งขันมากพรสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องพลังเสียงระดับดีว่า หรือนักแสดงโชว์ที่มีทักษะน่าทึ่งมากมาย ทุกคนต่างมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมในแบบฉบับของตัวเอง แต่สิ่งที่ทำให้เนเน่ฉายแสงโดดเด่นออกมาท่ามกลางยอดฝีมือเหล่านั้น คือความจริงใจ จิตวิญญาณ และแพชชันในดนตรีร็อกที่บริสุทธิ์ ทุกโน้ตที่เธอดีดและทุกคำที่เธอร้องออกมามันมีความเป็นของจริงจนจับหัวใจทุกคนได้

ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อ Mel B กรรมการสายป็อปผู้เคยเป็นสมาชิกวง Spice Girls ได้เผยความรู้สึกว่า แม้แนวเพลงเฮฟวีร็อกจะไม่ใช่แนวที่เธอฟังเป็นประจำ แต่ด้วยเสียงร้องที่เป๊ะ กีตาร์ที่ไร้ที่ติ และเสน่ห์ที่ล้นเหลือ ทำให้เธอไม่อาจมองข้ามความยอดเยี่ยมนี้ได้ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่ม Golden Buzzer ดังก้องไปทั่วทั้งเวที สายฝนกระดาษสีทองโปรยปรายลงมาท่วมทับร่างของเด็กสาววัย 16 ปี ที่ยืนกอดกีตาร์พร้อมน้ำตาแห่งความปลาบปลื้ม การได้ Golden Buzzer ส่งเธอทะยานตรงเข้าสู่รอบ Final ทันทีโดยไม่ต้องรอลุ้นผลโหวต เป็นภาพจำที่สวยงามและทรงพลังอย่างยิ่ง

สำหรับด่านต่อไปที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ คือการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ (Live Finale) ซึ่งจะจัดขึ้นในค่ำคืนวันอังคารที่ 22 กันยายนนี้ ก่อนจะประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 กันยายน บนเวทีรอบไฟนอลนี้ เนเน่จะต้องประชันความสามารถกับเหล่าสุดยอดผู้เข้าแข่งขันตัวท็อปจากหลากหลายสายศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องเสียงทรงเสน่ห์ ผู้เข้าแข่งขันสายกายกรรมและแดนซ์ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนโชว์ระดับโลกอื่นๆ ที่ต่างผ่านสมรภูมิการโหวตจากผู้ชมและปุ่ม Golden Buzzer ของกรรมการท่านอื่นมาอย่างเข้มข้น ทุกคนต่างพกพาจุดเด่นและฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น ทำให้รอบนี้กลายเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่เต็มไปด้วยสีสันและความหลากหลายทางศิลปะอย่างแท้จริง

แม้การแข่งขันในรอบสุดท้ายจะเต็มไปด้วยยอดฝีมือระดับพระกาฬ แต่ด้วยจิตวิญญาณของร็อกเกอร์ที่ไม่เคยยอมแพ้ ฝีมือกีตาร์อันเอกอุ และพลังการแสดงสดที่สะกดคนดูได้ทุกวินาที เชื่อเหลือเกินว่าในวันที่ 22 กันยายนนี้ Nene Royal จะก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีด้วยความมั่นใจ พร้อมปลดปล่อยทุกสิ่งที่เธอมีเพื่อสร้างอีกหนึ่งค่ำคืนประวัติศาสตร์ และไม่ว่าผลการประกาศในวันที่ 23 กันยายนจะออกมาเป็นอย่างไร สำหรับแฟนเพลงและคนไทยทั้งประเทศ เด็กสาววัย 16 ปีคนนี้ได้คว้าตำแหน่ง “ร็อกสตาร์ตัวจริง” ในหัวใจของคนดูทั่วโลกไปเรียบร้อยแล้ว

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *